Web Analytics Made Easy - Statcounter

เตรียมพร้อมตั้งครรภ์ เตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

การตัดสินใจมีลูกสักคน ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เรื่องสภาพคล่องทางการเงินเท่านั้น แต่ทางด้านสุขภาพกายและใจของคุณแม่ก็ต้องพร้อม เพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการดีตั้งแต่ในครรภ์ จนถึงเมื่อคลอดออกมา ลูกก็ยังแข็งแรง ปลอดภัย สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ 

 การเตรียมพร้อมตั้งครรภ์ ควรเริ่มเมื่อไหร่ ? 

เมื่อตั้งใจว่าจะมีลูกแล้ว ควรวางแผนเตรียมร่างกายล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้การตั้งครรภ์มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกในครรภ์ 

 อายุเท่าไหร่ควรมีลูก? 

ช่วงอายุถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ 

  • ช่วงอายุ 20-30 ปี 

เป็นช่วงที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด ความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์และภาวะแทรกซ้อนของทารกมีค่อนข้างต่ำ 

  • ช่วงอายุ 30-35 ปี 

ยังถือว่ามีความสามารถในการมีบุตรได้ดี แต่อาจเริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 

  • ช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป 

ถือเป็นช่วงที่โอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติเริ่มลดลง และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ เบาหวาน หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมของทารกสูงขึ้น แพทย์จึงมักแนะนำให้ตรวจคัดกรองโครโมโซมทารกอย่างละเอียดหากตั้งครรภ์ในช่วงอายุนี้ 

 วิธีนับวันไข่ตก เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ 

การเข้าใจช่วงวันไข่ตกจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่วางแผนเตรียมตัวในช่วงที่มีโอกาสปฏิสนธิสูงที่สุดได้ 

  • สำหรับผู้ที่มีประจำเดือนมาปกติ รอบละ 28 วัน 

วันไข่ตกมักจะอยู่ในช่วง วันที่ 14 ของรอบเดือน นับจากวันแรกที่มีประจำเดือนเป็นวันที่ 1 โดยช่วงที่เหมาะสมในการมีเพศสัมพันธ์คือช่วง 2-3 วันก่อนไข่ตกและวันไข่ตก 

  • สังเกตมูกเลือด 

ในช่วงใกล้ไข่ตก จะมีมูกใส ๆ ออกมาจากช่องคลอด มีลักษณะเหนียวข้นยืดตัวได้คล้ายไข่ขาวดิบ 

  • การใช้ชุดทดสอบไข่ตก 

สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา ซึ่งจะตรวจหาฮอร์โมน LH ในปัสสาวะที่พุ่งสูงขึ้นก่อนไข่ตก 24-48 ชั่วโมง เป็นวิธีที่แม่นยำและทำได้ง่ายที่บ้าน 

 5 วิธีเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ 

  1. ตรวจหาโรคทางพันธุกรรม

ก่อนตั้งครรภ์ ควรตรวจสุขภาพของว่าที่คุณพ่อคุณแม่เพื่อดูว่ามีโรคทางพันธุกรรมหรือเป็นพาหะของโรคหรือไม่ เช่น โรคเบาหวาน โรคธาลัสซีเมีย โรคฮีโมฟีเลีย ซึ่งถ้าหากคุณพ่อหรือคุณแม่มีโรคเหล่านี้แฝงอยู่ อาจส่งต่ออันตรายไปสู่ลูกน้อยได้ ข้อดีของการตรวจพบไวคือคุณหมอจะได้รักษาอาการให้อยู่ในระดับปกติ หรือพร้อมที่จะมีบุตร ทำให้ปลอดภัยต่อลูกน้อยและคุณแม่มากกว่าการไม่ได้ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ 

  1. ดูแลอาหารการกิน

การดูแลร่างกายสาว ๆ ที่อยากเริ่มต้นเป็นคุณแม่มือใหม่ ต้องเริ่มจากการรับประทานอาหาร โดยเน้นการทานอาหารที่มีคุณภาพ หลากหลาย ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะ ‘กรดโฟลิก’ ที่มีส่วนช่วยในการสร้างตัวอ่อน ลดความผิดปกติของระบบประสาท ภาวะไม่มีเนื้อสมอง ภาวะไขสันหลังไม่ปิด รวมถึงสร้างเม็ดเลือดขาว ควบคุมการสร้างกรดอะมิโนที่จำเป็นในการแบ่งเซลล์ ไปจนถึงซ่อมแซมพันธุกรรม 

  1. ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม

น้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยเกินไป อาจส่งผลต่อการตกไข่ ดังนั้นคุณแม่อย่าลืมดูแลตัวเอง หันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดี แต่ไม่ต้องหักโหมมากก็ได้ เพียงแค่เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเล่นโยคะก็ได้ อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ฝึกกำหนดลมหายใจเข้าออก นำไปปรับใช้ขณะคลอดได้ 

  1. งดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์

สำหรับใครที่ตั้งใจจะมีลูก ควรงดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และงดใช้ยาบางประเภทที่อาจมีส่วนลดโอกาสตั้งครรภ์ได้ เพราะไม่ใช่เพียงแต่อันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพัฒนาการของลูกในครรภ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกอีกด้วย 

  1. ได้รับวัคซีนให้ครบก่อนตั้งครรภ์

วัคซีนไม่ได้สำคัญกับเด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่คุณแม่เองก็ควรได้รับวัคซีนเช่นกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรง และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน โดยวัคซีนที่คุณแม่ควรได้รับก่อนตั้งครรภ์ เช่น 

วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม และอีสุกอีใส ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน 

วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือน 

วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ เอ บี ควรเข้ารับการตรวจก่อนตั้งครรภ์ โดยให้แพทย์ประเมินว่าควรได้รับวัคซีนประเภทนี้หรือไม่ 

นอกจากนี้อย่าลืมเตรียมตัวฝากครรภ์ โดยสำรวจหาสถานที่ฝากครรภ์ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเลือกจากความสะดวกสบายของสถานที่ การเดินทาง ค่าใช้จ่าย หรืออาจเลือกจากทีมแพทย์ที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไว้ใจก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคน เพราะโรงพยาบาลสำหรับฝากครรภ์นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับคุณแม่มาก จึงควรเลือกให้เหมาะสมที่สุด